Coachella เทศกาลดนตรีกลางหุบเขาในทะเลทราย

งานเทศกาลดนตรีถือเป็นงานที่มักจะมีผู้คนซึ่งหลงใหลในดนตรีไปร่วมงานกันเป็นจำนวนมากไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตามบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะหากเทศกาลดนตรีดังกล่าวนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ที่ไม่เหมือนกับใครนั่นยิ่งทำให้เหล่าบรรดานักฟังเพลงทั้งหลายยิ่งรู้สึกว่าพวกเขาจะต้องมีโอกาสเดินทางไปร่วมงานให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตให้จงได้ และหนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกเทศกาลหนึ่งของโลกก็คือ Coachella เทศกาลดนตรีกลางหุบเขาในทะเลทรายที่ไม่ว่าคุณจะชอบดนตรีร็อก, ป็อป, แร็พ, EDM ก็ต้องไม่พลาดงานนี้

Coachella สุดยอดเทศกาลดนตรีกลางหุบเขาในทะเลทราย

Coachella เป็นเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ในสหรัฐฯ จัดขึ้นกันที่เมือง Indio รัฐ California สถานที่คือ Empire Polo Club ตรงบริเวณหุบเขา Coachella กลางทะเลทราย Colorado คิดดูว่าแค่สถานที่จัดงานก็มีความแตกต่างจนอยากเข้าไปลองสัมผัสกับเทศกาลนี้แล้ว จริงๆ แล้วเทศกาลดนตรี Coachella นี้ได้โด่งดังขึ้นมาแทนที่ของเทศกาล Woodstock อดีตเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ และของโลก โดยเริ่มต้นมีการจัดงานนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1999 และได้จัดแบบนี้มาเรื่อยๆ จนปัจจุบันซึ่งก็ค่อยๆ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องขนาดที่ว่ามาในยุคหลังๆ นี้ผู้คนเรือนแสนต่างก็ต้องเดินทางมาร่วมงานกับเทศกาลดนตรีอันสุดเร้าใจเทศกาลนี้ นับตั้งแต่การจัดงานนี้มามีในปี 2013 ที่ผู้คนเข้าร่วมงานยังคงเป็นสถิติสูงสุดมาจนทุกวันนี้ โดยปีดังกล่าวมีผู้คนเข้าร่วมงานสูงถึง 680,000 คน แม้จะดูว่ามีคนร่วมงานเยอะแต่ถ้าหากย้อนกลับไปในการจัดงาน Coachella เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1999 คนจัดงานขาดทุนจากการจัดงานครั้งนี้สูงถึง 800,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่พวกเขาก็ยังคงกัดฟันจัดงานนี้อย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2004 ก็เป็นครั้งแรกที่การจัดงานแสดงในครั้งนี้สามารถขายตั๋วเข้าชมได้แบบหมดเกลี้ยง เหตุเพราะพวกเขาสามารถนำเอาวง RadioHead  เข้ามาเป็น Headliner พร้อมกันนี้ยังได้มีการปรับปรุงรูปแบบเล็กน้อยด้วยการมีเต๊นท์กางได้มาตั้งแต่ปี 2003

จากจุดเริ่มต้นในวันนั้นก็กินเวลามานานเกือบ 20 ปีที่ Coachella กลายเป็นงานแสดงระดับโลกที่ฟันกำไรสูงสุดในสหรัฐฯ โดยตลอดการจัดงานทุกปีมีการเปลี่ยนแปลงแนวของดนตรีให้เข้ากับสมัยนิยมในช่วงเวลาต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ แต่แม้จะมีการปรับเปลี่ยนแนวดนตรีกันอยู่ตลอดแต่พวกเขาก็ไม่เคยทิ้งแนวดนตรีที่ผ่านไปแล้วเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้อีกเสน่ห์ของงานคือการแต่งตัวสุดแนวของผู้เข้าร่วมงานอีกทั้งยังได้สัมผัสกับความเหนือบรรยายด้วยอากาศแสนร้อนตอนกลางวันแต่หนาวเหน็บตอนกลางคืน แบบนี้ไม่สะใจก็คงไม่ได้แล้ว